วิธีการชงชา

1.รินน้ำที่ต้มร้อนแล้วลงในถ้วยชาเพื่อให้น้ำเย็นลง
2.ใส่ใบชาลงไป
3.เทน้ำเย็นลงไปในกาน้ำชา
4.คอยซักครู่
5.รินเสิร์ฟในถ้วยชาแต่ละใบเท่าๆกันจนหมด
รินน้ำเดือดลงในถ้วยชาเพื่อเป็นการอุ่นถ้วย และลดอุณหภูมิของน้ำลงประมาณ 10 องศาเซลเซียส
เพียงเข้าใจถึงหลักพื้นฐานเกี่ยวกับอุณหภูมิของชา และช่วงเวลาในการรอคอยที่จะช่วยให้ชาเขียวญี่ปุ่น เปลี่ยนรสชาติให้เหมาะกับความชอบของคุณ
ใบชาเกียวคุโระ ราชินีแห่งชาเขียวคุณภาพสูง ปริมาณใบ (สามคนที่ให้บริการ)
10g
ใบชาเกียวคุโระจะเติบโตในสวนชาที่มีร่มหรือฉากปกคลุมเพื่อกันไม่ให้ได้รับแสงแดดโดยตรง ซึ่งจะช่วยเพิ่มรสชาติกลมกล่อมในขณะที่รสฝาดลดลง ปริมาณน้ำ
60ml
อุณหภูมิที่แนะนำ
50°C
เวลาที่รอคอยแนะนำ
150sec.
ชาญี่ปุ่นคั่ว (เซนฉะ) ชาเขียวญี่ปุ่นเกือบทั้งหมด ปริมาณใบ (สามคนที่ให้บริการ)
6g
ชาเขียวที่บริโภคเกือบทั้งหมดในญี่ปุ่น ใบอ่อนชาจะถูกนำไปนึ่ง นวด และทำให้แห้ง ชาเขียวเซนฉะที่มีคุณภาพสูงจะมีสมดุลของรสชาติที่กลมกล่อมและฝาดด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ปริมาณน้ำ
270ml
อุณหภูมิที่แนะนำ
80°C
เวลาที่รอคอยแนะนำ
60sec.
ชาเขียวฟุคามุชิฉะ ชาเขียวเข้มข้น ปริมาณใบ (สามคนที่ให้บริการ)
6g
ใบชาจะถูกนึ่งนานเป็น 2-3 เท่าของใบชาเซนฉะ สามารถชงได้ง่ายกว่าเซนฉะ แต่จะมีรสชาติมากกว่า ที่ความขมและความฝาดกลางๆ ปริมาณน้ำ
270ml
อุณหภูมิที่แนะนำ
80°C
เวลาที่รอคอยแนะนำ
30sec.
ชาเขียวเกนไมฉะ / ชาเขียวเกนไมฉะกับมัทฉะ ชาเขียวที่มีกลิ่นหอมของข้าวคั่ว ปริมาณใบ (สามคนที่ให้บริการ)
9g
ข้าวที่ถูกคั่วอบในอุณหภูมิสูงจะถูกผสมในใบชาบังฉะหรือเซนฉะ กลิ่นหอมของข้าวคั่วนี้เป็นที่นิยมมากในทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ปริมาณน้ำ
390ml
อุณหภูมิที่แนะนำ
90°C
เวลาที่รอคอยแนะนำ
30sec.
ชาเขียวโฮจิฉะ สำหรับช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลาย ปริมาณใบ (สามคนที่ให้บริการ)
9g
ใบชาบังฉะผสมใบชาเซนฉะและนำไปอบที่อุณหภูมิสูง ชาเขียวโฮจิฉะมีกลิ่นที่หอม รสชาติบางเบา เป็นชาคาเฟอีนต่ำที่แนะนำสำหรับเด็กหรือการดื่มก่อนนอน ปริมาณน้ำ
390ml
อุณหภูมิที่แนะนำ
90-100°C
เวลาที่รอคอยแนะนำ
30sec.
ชาเขียวมัทฉะ ใช้ผงชาเขียวมัทฉะ 2-3 ช้อนของช้อนตักชา เติมลงในถ้วยชาญี่ปุ่น
เติมน้ำร้อนลงไป
ใช้แปรงชาเขียว(ฉะเซน)ตีให้ทั่วจนเกิดฟอง